|
กบฏทางความคิด ค้นชีวิตที่แตกต่าง |
|
|
|
|
Written by Administrator
|
|
Wednesday, 25 June 2008 00:00 |
|
คัดลอกมาจาก บทความ : คลื่นแทรก หนังสือพิมพ์ดอกเบี้ย โดย : มังกรไซเบอร์ส ................................................................ ฝันกลางแดด !ใครจะนอนกลางแดดร้อนเปรี้ยงแล้วหลับฝันหวาน ให้ฝันนั้น เป็นฝันที่เป็นจริงได้บ้าง ? หลังพฤษภาทมิฬ ปี 2535 หลังจากทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง (หมายถึง บ้านเมืองเข้าที่เข้าทางแบบรู้ๆกันอยู่ แต่ไม่ใช่แบบชาวบ้านต้องการ)หลายคนก็เริ่มตั้งคำถามกันว่าเราจะทำอย่างไรกันดีกับ “การสื่อสารเสรี ?”พอเริ่มต้นคิด เริ่มจะทำ ทุกอย่างมันก็ไม่ใช่เสียแล้ว การตั้งองค์กรการสื่อสาร หรือพูดง่ายๆ คือการทำสำนักข่าว ทำข่าว ทำบทความ ในโลกสมัยใหม่ไม่มีเงินทุนมากๆ จะทำได้หรือ ?ทีวีเสรี ที่คิดจึงเป็นการลงขันก้อนใหญ่ของกลุ่มทุนใหญ่ไม่ใช่ขายขนมครก ลงทุนแค่เงินหลักร้อยเสียเมื่อไหร่ แล้วในที่สุด ทีวีเสรี ไอทีวี ก็กลายเป็นวัณโรค โรคทีบี ไอแค่กๆ ช้ำเลือดช้ำหนองอยู่หลายปี ทำท่าตายแหล่มิตายแหล่ ในที่สุดก็ได้เวลาตาย (สมใจอยากคนหลายๆคน)กองกำลังข่าวไซเบอร์ส, กองทัพ ไซเบอร์ส, นักรบไซเบอร์ส นี่สิ ของจริง !! มันไม่ต้องการเงินลงทุนมากมายแค่ไม่กี่พันบาทก็สามารถกระจายข่าวให้คนทั้งโลกได้รับรู้ ไม่ต้องซื้อเครื่องพิมพ์ราคาหลายสิบหลายร้อยล้าน ใช้เวลาติดตั้งแค่วันสองวันใช้งานได้ ผมได้รู้จักเด็กหนุ่ม 3 คน คนที่อายุมากกว่าเพื่อนเมื่อคราวพฤษภาทมิฬ ไปร่วมต่อสู้กับเพื่อนสามคนแต่เหลือรอดกลับบ้านแค่สองคน ครั้งนี้เมื่อมาเจอกับเพื่อนใหม่อีกสองคนซึ่งเอาจริงเอาจังกับประชาธิปไตย ผ่านอันตราย ควักเงินทุนในกระเป๋าเป็นค่าโสหุ้ยกันเองตลอดสองปีที่ผ่านมา ซื้อกล้องซื้อเลนส์ถ่ายทอดเรื่องราวที่ถูกปิดกั้นผ่านช่องทางโลกไซเบอร์ส ต้องเสียเวลาทำมาหากินไปคนละมากๆถึงวันนี้ด้วยเงินส่วนตัว ใช้เงินแค่หลักพัน วันนี้พวกเขามีสำนักข่าวของเขาเองแล้วทั้งสามคนได้เป็นสื่อเสรีจริงๆที่ไม่มีกลุ่มทุนลงขันขอแสดงความยินดีด้วยครับ กบฏทางความคิดค้นชีวิตที่แตกต่าง thaicenternews.com |
|
Last Updated ( Wednesday, 02 July 2008 01:59 )
|
|
|
คนรักษ์ดาบไทย ศาสตร์แห่งศิลป์ที่ควรคงอยู่ |
|
|
|
|
Written by ต้นกล้า
|
|
Friday, 04 July 2008 00:43 |
|

บนความเปลี่ยนแปลงในกระแสเวลาแห่งโลกยุคสมัยใหม่ การกลืนกินของวัฒนธรรมต่างชาติ กลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย หลายคนลืมเลือนถึงศิลปวัฒนธรรมเก่าๆ จนหมดสิ้น ต่างเลือกที่เดินเล่นเดินเที่ยวในแหล่งศูนย์รวมความบันเทิงตามแบบอย่างสมัยนิยม หากแต่ยังมีคนกลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่ง ใช้เวลาว่างในวันหยุด เพื่อที่จะทำในสิ่งที่รักและรักษาไว้ซึ่งศิลปะอันเป็นความภาคภูมิใจของชาติมานับแต่โบราณ ชมรมคนรักษ์ดาบไทย ศิลป์ที่ยังควรคู่แก่การรักษาให้คงอยู่สืบไป เรื่องราวของคนกลุ่มเล็กๆที่ไม่ยอมให้กระเเสของโลกกลืนกินในสิ่งที่พวกเขารักเเละหวงเเหน ศิลปะเเห่งดาบไทย |
|
ตลกแห่งร้ายชีวิต ขา1ข้างเงิน2พันกับหัวใจไม่เเพ้ |
|
|
|
|
Written by ต้นกล้า
|
|
Tuesday, 01 July 2008 23:06 |
|
เสียงระนาดที่ดังแว่วกังวานดึงดูดสายตานักท่องเที่ยวในตลาดนัดสวนจตุจักรในวันที่ร้อนอบอ้าว มีภาพของเด็กชายตัวเล็กๆคนหนึ่งนั่งตีระนาดด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ซึ่งหากมองแต่เพียงผิวเผินแล้ว ก็ดูไม่ผิดแผกแตกต่างจากเด็กทั่วไป แต่เมื่อมองให้ลึกซึ้งและสังเกตลึกลงไปกว่านั้น สิ่งหนึ่งซึ่ง เด็กชายยิ้มง่ายคนนี้ดูไม่เหมือนคนอื่นคือ ขาเทียมที่เก่าคร่ำครึ แข็งกระด้าง ประกอบกันขึ้นมาจากพลาสติกและเหล็ก และสิ่งหนึ่งที่แข็งแกร่งไม่แพ้เหล็กที่เป็นส่วนประกอบในขาเทียมข้างนั้น ก็คือหัวใจที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าของเด็กชายคนนี้นั่นเอง เรื่องราวของป๊อบอาย เด็กชายยอดกตัญญูผู้ไม่ยอมเเพ้เเก่ความพิการทางกายและความอยุติธรรมของสังคม เด็กชายหัวใจไม่เเพ้  |
|
Last Updated ( Wednesday, 02 July 2008 02:19 )
|
|
คนบุญโบกรถ แขนที่เสียไป.กับปีกแห่งธรรมที่คืนมา |
|
|
|
|
Written by ต้นกล้า
|
|
Monday, 30 June 2008 02:29 |
|
ณ ลานจอดรถของวัดสวนแก้ว หากใครเคยไปทำบุญที่นั่น อาจเคยเห็นชายร่างเล็กคนหนึ่ง คอยโบกรถด้วยความกระตือรือล้น มีบางสิ่งที่ทำให้ ศิริชัยหรือ ชัยดูแตกต่างจากคนอื่นคือแขนที่ไม่ปกติเหมือนผู้คนทั่วไป หากแต่หัวใจของชายคนนี้ ได้ซึมซับเอา ไอเย็นของพระพุทธศาสนาเข้ามาทดแทนแขนที่ใช้การไม่ได้จากอุบัติเหตุที่ทำให้เปลี่ยนผันวิถีการดำเนินชีวิตไปตลอดกาล เรื่องราวของชัยคนโบกรถเเห่งวัดสวนแก้ผู้มี เหลือเพียง 2 สิ่งในหัวใจ คือหลวงพ่อพยอม กัลยาโน และสุดรัก หรือน้องเพชร ลูกสาวที่เป็นประดุจหนึ่งเเก้วตาดวงใจที่มาทดเเทนความพิการของร่างกายที่ต้องสูญเสียไป ชัยนั้นกลัวว่าลูกสาวจะอับอายที่พ่อต้องมาทำงานเเบบนี้จึงปิดบังไว้  |
|
Last Updated ( Wednesday, 02 July 2008 02:17 )
|
|
|
พระครูวุฒิธรรมาทรพระผู้เป็นพ่อเด็กว่า 400 ชีวิต |
|
|
|
|
Written by ต้นกล้า
|
|
Wednesday, 02 July 2008 00:01 |
|
หากจะเปรียบต้นไม้ใหญ่ที่มีบรรดาเหล่าวิหคพเนจรมาเกาะอาศัยเพื่อหลบแดด ในวันที่ร้อนระอุ หลบฝนในวันที่มีพายุร้ายถาโถม ว่าเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรแล้ว วัดเล็กๆ แห่งหนึ่งในอำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ก็คงต่างอะไร กับร่มโพธิ์ร่มไทรขนาดใหญ่ ที่เป็นที่พักพิงของนกน้อยผู้ด้อยโอกาส จากทั่วผืนแผ่นดิน วัดที่ให้แหล่งพำนักพักพิงโดยมิรู้จักคำว่า ปฏิเสธที่จะให้ ทั้งแสงแห่งการศึกษา และเลี้ยงดูให้มีชีวิตอยู่รอดได้อย่างที่มนุษย์สักคนหนึ่งพึงจะได้รับ วัดเล็กๆ ที่ไม่เป็นที่รู้จักมากนัก....วัดโบสถ์วรดิตถ์ แหล่งพักพิงของชีวิตของเด็กผู้ยากไร้ เรื่องราวของวัดที่อุปการะเลี้ยงดูเด็กๆกว่า400 ชีวิต แม้หลวงพ่อยังต้องมีทุกข์ เพราะกลัวจะเลี้ยงดูเด็กๆ จนถึงขึ้นต้องไปขอข้าวจากโรงสี  |
|
Last Updated ( Wednesday, 02 July 2008 02:24 )
|
|
เพลงเพื่อพ่อ เสียงที่เป็นเเสงในความมืดมิด |
|
|
|
|
Written by ต้นกล้า
|
|
Monday, 30 June 2008 03:35 |
|
ท่ามกลางเเสงเเดดจ้าและผู้คนที่ขวักไขว่ของ ตลาดนัดสวนจตุจักรในวันหยุดสุดสัปดาห์ เสียงจอเเจจากร้านค้าต่างๆวุ่นวายสับสนปนเป หากแต่มีเสียงหนึ่งซึ่งผิดเเผกเเตกต่างไปจากเสียงอื่นๆ เสียงร้องเพลงนุ่มลึกโดยปราศจาก เครื่องดนตรีอื่นเป็นองค์ประกอบ ภาพอันเจนตาที่ได้เห็นได้บ่อยครั้ง เมื่อไปยังสถานที่นี้คือ เด็กหนุ่มรูปร่างกำยำผิวคล้ำคนหนึ่ง เดินจูงมือชายวัยปลายกลางคน ที่เเม้ว่าเด็กหนุ่มจะร้องเพลงที่ฮิตร่วมสมัยหรือใหม่สักเเค่ไหน ก็สามารถฮัมเพลงเป็นลูกคู่ได้ทุกเพลง เสียงที่ก้องกังวาลไปทั่วบริเวณที่เดิน ไม่เพียงเเต่จะเป็นเสียงที่ไพเราะที่สุด เท่าที่พ่อคนหนึ่งจะได้ยินได้ หากเเต่เสียงนั้น ยังทำหน้าที่เป็นเเสงสว่างสุกใสสวยงามเกินกว่าที่คนตาปกติจะเคยได้เห็น พบกับเรื่องราวของจุฬาผู้ร้องเพลงหาเงินเลี้ยงพ่อตั้งเเต่อายุ 5 ขวบ ด้วยใจที่ไม่ย่อท้อ  |
|
Last Updated ( Wednesday, 02 July 2008 02:15 )
|
|
ฉลาด วรฉัตร ประชาธิปไตยที่เหนืออิสรภาพ |
|
|
|
|
Written by ต้นกล้า
|
|
Wednesday, 02 July 2008 00:09 |
|
หน้าสวนสัตว์ดุสิต หรือเขาดินที่ทุกคนรู้จัก ในวันนี้มีกรงที่ซึ่งไม่ได้นำมาขังสิงราสัตว์ที่อยู่ภายใน หากแต่มีชายคนหนึ่ง ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เป็นเวลานานนับร่วม 2 ปี นับแต่มีการปฏิวัติรัฐประหารครั้งล่าสุดในเมืองไทย เมื่อ 19 กันยายน 2549 เรืออากาศตรีฉลาด วรฉัตร ได้ตัดสินใจคุมขังตัวเองในวันรุ่งขึ้น แต่จะอีกนานสักแค่ไหน คำถามนี้ คำตอบคงมีเพียงตัวเขาเองที่รู้ พบกับบทสัมภาษณ์พูดคุยกับบุรุษในตำนานผู้บูชาประชาธิปไตยไว้สูงค่าเกินกว่าชีวิตของตน ผู้เรียกร้องประชาธิปไตยอย่างอหิงสามาตลอดชีวิต โดยไม่เคยเปลี่ยนจุดยืน 
|
|
Last Updated ( Wednesday, 02 July 2008 02:22 )
|
|
|